neorosifix

ชื่อก็บอกแล้วว่า "เขตปลอดเจ้าชาย" เพราะฉะนั้นใครที่รู้ตัวว่าเป็นเจ้าชายห้ามเหยียบเข้ามาเป็นอันขาดนะคะ... เราเตือนคุณแล้ว อิอิอิอิ

วันนี้เป็นวันที่ห้าหลังจากย้ายบล๊อก... วันที่ห้าที่ชีวิตเราเป็นของเราอย่างเต็มที่...

เสียดายจังที่งานเยอะ ไม่งั้นคงเปลี่ยนธีมให้เป็นตัวเองมากกว่านี้ แต่ก็คิดไม่ออกอยู่ดีว่าจะดีไซน์ยังไง สมองตื้อไปหมด

ฉันไม่ได้ย้ายบล๊อกเพื่อหนีอะไร แต่ฉันแค่อยากปฏิวัติตัวเองเท่านั้น ไม่อยากจมอยู่กับอะไรบางอย่างที่ฉุดเราให้จมดิ่งอยู่ในหลุมเดิมๆ วงจรเดิมๆ ความรู้สึกเดิมๆ ฉันอยากก้าวต่อไปข้างหน้า อยากเป็นตัวของตัวเองมากกว่านี้

น่าขำนะ ทั้งที่เราอยู่กับตัวเองมาตลอด มีสติรับรู้และแสดงความเป็นตัวเองมาตลอด แต่สุดท้าย เราก็ยังยึดติดกับความถูกผิดของสิ่งต่างๆ ภายนอก เราก็ยังเผลอหวั่นไหวกับสิ่งภายนอก จนทำให้สับสนว่าสิ่งที่เราทำมาตลอดถูกต้องหรือไม่ สิ่งที่เราเข้าใจมาตลอดเป็นความจริงหรือไม่ หรือเราแค่เข้าใจไปเอง... หลอกตัวเอง...

ในชีวิตของมนุษย์ วันหนึ่งคงจะต้องเจออะไรแบบนี้มากกว่าหนึ่งครั้งอย่างแน่นอน เอาเถอะ... เรื่องแค่นี้... เบาะๆ ไหนๆ ก็ช่างแม่งมาแล้วหลายรอบ ช่างแม่งอีกซักรอบจะเป็นอะไรไป ใครจะมาทำร้ายอะไรเราได้ เขาทำได้แค่จงใจเท่านั้น ถ้าเราไม่รับมันก็กองอยู่ตรงนั้นแหละ

ใช่แล้ว ความทุกข์ก็เหมือนเสื้อผ้า แค่ถอดมันออก แล้วเข้าไปอาบน้ำ หยิบเสื้อตัวใหม่ที่สะอาดกว่ามาใส่ แค่นั้นก็สบายตัวแล้ว ต้องอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับเสื้อผ้าใหม่ที่เราเพิ่งเปลี่ยน ไม่มีเสื้อตัวไหนที่เราจะใส่ตลอดทั้งชาติหรอก หรือแม้แต่เนื้อหนังที่อยู่กับเรามาทั้งชีวิตยังมีผลัดเปลี่ยนเซลล์ และเน่าเปื่อยผุพังไปเมื่อเราตายลง

เสื้อตัวเก่าเหม็นทั้งเหงื่อ เลอะทั้งโคลน แถมยังเกี่ยวนู่นเกี่ยวนี่จนขาดวิ่นอีกต่างหาก แต่เพราะเราเคยเลือกที่จะใส่มัน ฉันคงทิ้งไม่ลง... ขอเอาไปซัก ตากแดด และรีดให้เรียบร้อยก่อน อาจจะต้องใช้เวลาซักระยะ ไว้มีโอกาสเหมาะๆ จะหยิบขึ้นมาใส่อีกครั้ง แต่ถ้าระหว่างนั้นแดดไม่ดี ฝนตก เหม็นอับ หรือโดนพายุพัดปลิวหายไปล่ะก็ บางทีฉันอาจไม่หยิบ หรือไม่มีโอกาสหยิบมันขึ้นมาใส่อีกเลยก็ได้

บ่นอะไรเนี่ย แต่ตอนนี้ฉันยังไม่อยากใส่เสื้อผ้า ขอล่อนจ้อนอย่างนี้อีกซักพักเถอะนะเพคะ... เจ้าชาย

คุณคะ... เคยเป็นมั้ยคะ...

แอบเข้าไปอ่านในบล๊อกของคนในอดีต แล้วนั่งกรี๊ดกร๊าดในความน่ารักของพ่อเจ้าประคุณอยู่คนเดียว

เดี๊ยนเพิ่งเป็นเมื่อตะกี้ค่ะ คิดแล้วก็ขำตัวเอง

แหม... ก็เขาน่ารักนี่นา ผู้ชายแว่นหนาๆ หน้าตาเนิร์ดๆ เรียนเก่ง นักกีฬา หัวดีสุดๆ แถมยังอ่อนโยนอีกด้วย (อย่าเข้าใจผิด เดี๊ยนไม่ได้มีรสนิยมชอบหนุ่มแว่น แต่บังเอิญคนที่เดี๊ยนชอบเป็นหนุ่มแว่น แถมหน้าละม้ายคล้ายแฮรี่ พอตเตอร์ในอุดมคติของเดี๊ยนอีกต่างหาก)

แต่ในทางกลับกันก็ดูใสซื่อ อยู่ในโลกส่วนตัว เหมือนเด็กที่ยังไม่โต (เอ่อ... แต่ได้ข่าวว่าเด็กกว่าเดี๊ยนนี่หว่า)

ด้วยความฉลาดและหัวดี เวลาฮีเขียนบล๊อกจะใช้ภาษาที่แม้แต่เดี๊ยนซึ่งคิดว่ามีความมั่นใจในภาษาอังกฤษพอสมควรยังอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องในบางครั้ง แบบว่า... ศัพท์มันหรูไปอ่ะ จะเขียนบล๊อกหรือเขียนวรรณกรรมกันจ๊ะพ่อคุณ (อ่านแล้วก็สมกับเป็นตัวเขาดีค่ะ ชอบจังเลย)

แต่ด้วยเนื้อหาที่ดูใสๆ เวลาโดนคนที่ (น่าจะ) เป็นผู้ใหญ่กว่าเข้ามาเบรค ก็ตอบคอมเมนต์ซะจ๋อยเชียว ภาพเด็กเนิร์ดหน้าตาฉลาดมีหูแมว ทำหางตก พร้อมหยดเหงื่อที่หน้าผากมันผุดขึ้นมาในความคิด โอยยยย น่าร้ากกกกง่า...

คิดแล้วก็รู้สึกผิดที่ไม่ได้ตอบเมลมา 1...2...3...4...5...6 เดือนแล้ว จะว่าไปเดี๊ยนนี่ก็เลวใช้ได้ เลิกแล้วไม่เหลือเยื่อใย... กลัวเขาจะคิดว่ายังโกรธอยู่เหมือนกันล่ะก๊า แต่จริงๆ ไม่เคยโกรธเลย น่ารักเกินไป โกรธไม่ลงหรอก อยากเลิกก็เลิก ไหนๆ ก็อยู่กันคนละประเทศ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้น

แต่ที่ไม่ตอบเพราะ... ขี้เกียจอ่ะ

ไม่เป็นไร เดี๊ยนแอ๊ดฮีไว้ในเฟรนด์ลิสต์เรียบร้อยแล้ว ไว้ค่อยติดต่อไปเมื่อไหร่ก็ได้ โฮะๆๆๆ ต่อให้ฮีไม่แอ๊ดเดี๊ยนตอบ เดี๊ยนก็แอบเข้าไปอ่านบล๊อกฮีหนุกๆ ได้อยู่ดี อิอิอิ

วันนี้ได้เมลของอดีตเจ้าชาย (ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเจ้าหญิงแบบเต็มตัวไปแล้ว ฮือๆๆๆ สวยกว่าเดี๊ยนอีกง่ะ) ดีใจสุดๆ เลยค่ะ ไม่ได้เจอกันนานหลายปี ช่วงนี้ชุมนุมมิตรสหายเก่าโดยแท้ เดี๊ยนเลยไม่รีรอรีบตอบกลับไป (ทีงี้ล่ะตอบเชียวนะเอ็ง =_=") บัดนี้เจ้าชายรูปงามคนนั้นก็มี lovely boyfriend เป็นตัวเป็นตนแล้ว (หล่อน้อยกว่าเจ้าชายตอนผมสั้นซะอีก <= แหม... คงไม่มีหนุ่มคนไหนหล่อไปกว่าอดีตเจ้าชายของหล่อนแล้วล่ะย่ะ... อ้อ เว้นเด็กๆ ของหล่อนไว้ 2 คนแล้วกัน)

อ้อ... อย่าเข้าใจผิดนะคะ อดีตเจ้าชายของเดี๊ยนจริงๆ แล้วเป็นผู้หญิง ไม่ได้เป็นทอม เป็นเลสหรืออะไรทั้งนั้น (ออกจะหวานแหววกว่าเดี๊ยนซะอีก) แต่ตอนที่เจอกันเธอตัดผมซะสั้น ตัวสูงโปร่ง... 185 ซม.ได้ล่ะมั้ง หน้าคมสวยแบบฝรั่ง (ก็ฝรั่งนี่ยะ) ชีวิตประจำวันใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงขายาว แถมเล่นกีฬาขี่ม้าอีกต่างหาก งามสง่าสุดๆ สาวบ้า "โอจิซามะเค" อย่างเดี๊ยนจะไม่กรี๊ดได้ยังไงเคอะ โฮกกกกก เคยขอยืมตัวเดินควงแต่... 555 ก็ได้แค่นั้นแหละค่า ก็เดี๊ยนไม่ใช่เลสนี่นา... แค่ชอบผู้หญิงที่สวยสง่าแถมตอนนี้เธอผมยาวแล้ว ต้องยอมรับความเป็นจริง ฮือๆๆๆ สวยอ่ะ ใบหน้างดงามแบบ unisex จริงๆ

จบการพร่ำเพ้อแต่เพียงเท่านี้ จำต้องจรลีไปปั่นงานเอยยยย

ไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่าเดี๊ยนจะกลายเป็นคนอย่างนี้ไปได้

เปิดคอม ต่อเน็ต นั่งเช็คสารพัดเว็บไซต์เครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น hi5, Myspace, facebook หรือแม้แต่ exteen (ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรจะให้เช็ค เฮ้อออ)

เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาติดอะไรพวกนี้ (ยกเว้น exteen เพราะเป็นบล๊อก) ใครแอ๊ดมาก็รับแอ๊ดไปงั้นๆ แต่ระยะหลังๆ เป็นฝ่ายหาเพื่อนแล้วเข้าไปแอ๊ดซะเองเลย โดยเฉพาะเพื่อนเก่าๆ สมัยเรียน เข้าไปดูรายชื่อเพื่อนของเพื่อนอยู่นั่นแหละ เพื่อนมีเพื่อนเป็นพันก็เช็คมันทุกพัน แต่ก็ทำให้ได้ทักทายและมีปฏิสัมพันธ์กับหลายๆ คนที่เราไม่ได้เจอะเจอหรือพูดคุยกับเขามาเป็นเวลานาน

ยอมรับค่ะ ว่าเหงา...

ไม่ได้เหงาเพราะเราไม่มีเพื่อน แต่เหงาเพราะเราไม่มีสังคมต่างหาก

เพื่อนน่ะเดี๊ยนมีเยอะ และส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนที่ดีๆ ทั้งนั้น แต่สังคมสิคะที่ด้อย

เพราะการทำงานของเดี๊ยนทำให้เวลาส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้านคนเดียวเกือบตลอดเวลา ช่วงไหนตั้งไจทำงานก็ดีไป แต่ช่วงไหนที่เกิดความอ่อนไหวทางอารมณ์นี่สิ ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานเลย

อยากเจอผู้เจอคน อยากพูดคุยเล่นหัวกับคนที่เราไม่ได้สนิทบ้าง คนแปลกๆ ใหม่ๆ บ้าง ไม่ได้หมายความว่าเบื่อเพื่อนหน้าเดิมที่พบเห็นบ่อยๆ หรอกนะคะ แต่ว่า... สังคมน่ะ... ก็มนุษย์เป็นสัตว์สังคมนี่นา... ถึงเดี๊ยนจะเป็นพวก anti-social ในบางเวลาก็ตามเถอะ แหม... คนเรามันต้องมีเวลาที่อยากเฮฮากับเพื่อน และเวลาที่อยากอยู่เงียบๆ คนเดียวไม่ข้องเกี่ยวใครบ้างสิเนอะ

หลังๆ ใครโทรมาเดี๊ยนก็คุยหมด ไม่ว่าเรื่องที่คุยจะอยากฟังหรือไม่ก็ตาม คุยจนเสียงานเสียการ... ก็มันเหงานี่นา

เอาเถอะค่ะ คนที่ออกจากบ้านไปเรียนหรือทำงานทุกวันคงจะไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็ขอบคุณเพื่อนเก่าแก่ทุกๆ คนที่พอติดต่อเดียนได้ก็ส่งเมล ส่งข้อความต่างๆ เข้ามาให้หายคิดถึงกันใหญ่ และก็ขอโทษทุกๆ คนที่ก่อนหน้านี้เอาแต่บ้างาน บ้าเด็กๆ จนแทบไม่ได้ติดต่อใครเลย เพราะในหัวมีแต่เรื่องพวกนั้น จนไม่รู้ว่าจะเล่าอะไรให้เพื่อนๆ ฟังดี ต่อจากนี้ไปจะ keep in touch มากขึ้น เพราะรู้แล้วว่า เพื่อนกัน ไม่ว่าจะห่างหายกันไปซักแค่ไหน แต่ก็ยังผูกพัน และมีความรักให้กันตลอด

Thank you my Totoro... Thank you my kuri-oujisama... for making me smile all day when thinking of your messages. You guys are so sweet... your Jiji and Teddy Bear gets better now. Thank you PAPA-YO for making me recallthat world... and sing your songs again. ขอบใจเพื่อนๆ ที่ติดต่อกลับมาทันทีที่รู้ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของเรา... ขอบใจจริงๆ ว่ะทุกคน รู้สึกอบอุ่นใจมาก ว่างๆ คุยกันอีกนะเพื่อน แค่พวกแกมาเจิม account ใหม่ของฉัน ก็ดีใจมากแล้วว่ะ อยากเจอพวกแกแบบตัวเป็นๆ จังเลย

สบายใจขึ้นแล้ว ไปทำงานต่อละ เดี๋ยวสาวขี้เหงาจะตายคากองงานซะก่อน

 



neorosifix
View full profile