Dive To Blue
words by HYDE
music by Tetsu
translated by neorosifix
.
แว่วเสียงใครบางคนกระซิบว่า "กระพือปีกสิ ตอนนี้เลย"
"บินข้ามเส้นเขตแดนที่อยู่ใต้เข่านั่นกัน"
อิสรภาพที่ไม่เคยได้เจอมาก่อน
"เธอไม่ได้ถูกล่ามไว้กับโซ่ขึ้นสนิมมาตั้งแต่แรกสักหน่อย"
.
อัดท้องฟ้าเข้าไปให้เต็มปอด
อยากดำดิ่งลงไปให้ลึกสุดสีน้ำเงินนั่น
.
นุ่งห่มท้องฟ้ายามราตรีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
แล้วตามหาโลกใหม่กันเถอะ
ถึงจะหวั่นใจสงสัย
ว่าอยากเจอเท่าไหร่ก็ไม่อาจเจอได้
แต่ก็ไม่มีใครลบปีกที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมานั้นได้
.
ไม่มีคำตอบว่าอะไรถูกต้องหรอก
เพราะเส้นทางแตกแขนงออกไปมากมาย
ใส่ความเร็วที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้
ยิ่งเร่งความเร็วเท่าไหร่ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นเท่านั้น
จงเรียนรู้การเต้นของหัวใจครั้งนี้ไว้
.
อาจต้องระหกระเหินเผชิญอะไรมากมาย
แต่ขอแค่เธออย่าได้กลายเป็นอย่างพวกผู้ใหญ่
.
แสงสว่างอันแสนคิดถึงจะนำทางเธอไป
จงโบกมืออย่างอ่อนโยน
แล้วบอกลาอนาคตที่เคยคุ้นตา
มาวาดภาพมายาที่ผุพังนั้นกันเถอะ
.
ฉีกโชคชะตาที่ถูกกำหนดมานั่นซะ
แล้วทะยานออกสู่ท้องฟ้ากัน
.
ยังจดจำฟ้าสางยามเช้า
ที่เห็นในวัยเยาว์ได้แม้ในตอนนี้
.
นุ่งห่มท้องฟ้ายามราตรีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
แล้วตามหาโลกใหม่กันเถอะ
ถึงจะหวั่นใจสงสัย
ว่าอยากเจอเท่าไหร่ก็ไม่อาจเจอได้
แต่ก็ไม่มีใครลบปีกที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมานั้นได้
.
แสงสว่างอันแสนคิดถึงจะนำทางเธอไป
จงโบกมืออย่างอ่อนโยน
แล้วบอกลาอนาคตที่เคยคุ้นตา
มาวาดภาพมายาที่ผุพังนั้นกันเถอะ
.
ฉีกโชคชะตาที่ถูกกำหนดมานั่นซะ
แล้วทะยานออกสู่ท้องฟ้ากัน
.
ข้างบนคือนภา พสุธาคือเบื้องล่าง... ใครเป็นคนกำหนด
ทำไมมนุษย์ต้องทำตามค่านิยมในสังคม แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อเป็นอย่างที่คนอื่นว่าดีแล้วจะมีความสุข
ในโลกนี้ จะมีสักกี่คนกล้าแหกกฎของสังคม
Dive To Blue ทำให้รู้ว่า การดำดิ่ง ไม่ได้มีแค่ทิศทางลงตามแรงโน้มถ่วงเท่านั้น แต่มันหมายถึงการต้านแรงดึงดูดของโลกพุ่งขึ้นไปบนฟ้า
มนุษย์เรา... หากต้องทำอย่างนั้น ต้องใช้แรงผลักขนาดไหนกันนะ จึงจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้
อย่างมากก็กระโดดขึ้นไปไม่ถึงเมตร แล้วก็กลับลงสู่พื้นอย่างเก่า
ก็โลกของเราน่ะ... มีอะไรต่อมิอะไรยั่วเย้าให้ยึดติดตั้งเยอะ... แถมทรงพลังยิ่งกว่าแรงโน้มถ่วงเสียอีก
เงิน... อำนาจ... ชื่อเสียง... กล่าวคือ ลาภ ยศ สรรเสริญทั้งปวง
มนุษย์ล้วนแล้วแต่ดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองแหวกว่ายอยู่ในสังคมอย่างสุขสบายและปลอดภัย โดยหลงลืมไปว่า... คนเราเกิดมาเพื่ออะไร
"ท้องฟ้า" ในเพลง หลายคนอาจหมายถึง "ความฝันวัยเยาว์"
แต่ในการตีความของเดี๊ยน มันคือ "ความว่างเปล่า"...อนัตตา
Blue อาจหมายถึงสีฟ้าของท้องฟ้า แต่สำหรับเดี๊ยนคือ "สูญ"
ชอบเพลงของ L'Arc เพราะมีหลายเพลงที่เนื้อหาสามารถมองได้หลายแง่มุม และการถ่ายทอดออกมาเป็นถ้อยคำมีความแฟนตาซีอยู่เต็มเปี่ยม รวมไปถึงการเรียบเรียงเสียงดนตรีด้วย
* หรือใครจะตีความเนื้อหาว่า "วิวาห์เหาะ" ก็ยังพอได้อยู่นะ อิอิ *
ที่จู่ๆ ยกเพลงนี้ขึ้นมาแปล เพราะเมื่อคืนเดี๊ยนฝันประหลาดค่ะ
ฝันว่านั่งอยู่บนเครื่องบินที่ภายในเป็นห้องอาหารสุดหรู ดื่มแชมเปญในแก้วตรงหน้าไปไม่เท่าไหร่ เครื่องก็ออก
ขณะที่กำลังสงสัยว่าทำไมเครื่อง take off ได้โดยที่ไม่มีการเร่งความเร็วนั้นเอง ก็รู้สึกเหมือนทั้งลำกำลังตีลังกา
พอมองออกไปนอกหน้าต่าง ถึงได้รู้ว่า รันเวย์ไม่ใช่เส้นตรง แต่เป็นถนนที่โค้งขึ้นฟ้า แถมมีหลายระดับยังกับรางของโรลเลอร์โคสเตอร์
เป็นฝันที่สนุกมากเลย แล้วก็ตื่น
ทำให้นึกถึงเพลงนี้อ่ะ なんとなく・・・
ชอบอ่ะ live version คนละบรรยากาศกับในอัลบั้มเลย
เสียงกีตาร์ในเพลงให้ความรู้สึกระยิบระยับดีจัง




