2008/Oct/06

Dive To Blue

words by HYDE

music by Tetsu

translated by neorosifix

.

แว่วเสียงใครบางคนกระซิบว่า "กระพือปีกสิ ตอนนี้เลย"

"บินข้ามเส้นเขตแดนที่อยู่ใต้เข่านั่นกัน"

อิสรภาพที่ไม่เคยได้เจอมาก่อน

"เธอไม่ได้ถูกล่ามไว้กับโซ่ขึ้นสนิมมาตั้งแต่แรกสักหน่อย"

.

อัดท้องฟ้าเข้าไปให้เต็มปอด

อยากดำดิ่งลงไปให้ลึกสุดสีน้ำเงินนั่น

.

นุ่งห่มท้องฟ้ายามราตรีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

แล้วตามหาโลกใหม่กันเถอะ

ถึงจะหวั่นใจสงสัย

ว่าอยากเจอเท่าไหร่ก็ไม่อาจเจอได้

แต่ก็ไม่มีใครลบปีกที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมานั้นได้

.

ไม่มีคำตอบว่าอะไรถูกต้องหรอก

เพราะเส้นทางแตกแขนงออกไปมากมาย

ใส่ความเร็วที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้

ยิ่งเร่งความเร็วเท่าไหร่ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นเท่านั้น

จงเรียนรู้การเต้นของหัวใจครั้งนี้ไว้

.

อาจต้องระหกระเหินเผชิญอะไรมากมาย

แต่ขอแค่เธออย่าได้กลายเป็นอย่างพวกผู้ใหญ่

.

แสงสว่างอันแสนคิดถึงจะนำทางเธอไป

จงโบกมืออย่างอ่อนโยน

แล้วบอกลาอนาคตที่เคยคุ้นตา

มาวาดภาพมายาที่ผุพังนั้นกันเถอะ

.

ฉีกโชคชะตาที่ถูกกำหนดมานั่นซะ

แล้วทะยานออกสู่ท้องฟ้ากัน

.

ยังจดจำฟ้าสางยามเช้า

ที่เห็นในวัยเยาว์ได้แม้ในตอนนี้

.

นุ่งห่มท้องฟ้ายามราตรีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

แล้วตามหาโลกใหม่กันเถอะ

ถึงจะหวั่นใจสงสัย

ว่าอยากเจอเท่าไหร่ก็ไม่อาจเจอได้

แต่ก็ไม่มีใครลบปีกที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมานั้นได้

.

แสงสว่างอันแสนคิดถึงจะนำทางเธอไป

จงโบกมืออย่างอ่อนโยน

แล้วบอกลาอนาคตที่เคยคุ้นตา

มาวาดภาพมายาที่ผุพังนั้นกันเถอะ

.

ฉีกโชคชะตาที่ถูกกำหนดมานั่นซะ

แล้วทะยานออกสู่ท้องฟ้ากัน

.

ข้างบนคือนภา พสุธาคือเบื้องล่าง... ใครเป็นคนกำหนด

ทำไมมนุษย์ต้องทำตามค่านิยมในสังคม แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อเป็นอย่างที่คนอื่นว่าดีแล้วจะมีความสุข

ในโลกนี้ จะมีสักกี่คนกล้าแหกกฎของสังคม

Dive To Blue ทำให้รู้ว่า การดำดิ่ง ไม่ได้มีแค่ทิศทางลงตามแรงโน้มถ่วงเท่านั้น แต่มันหมายถึงการต้านแรงดึงดูดของโลกพุ่งขึ้นไปบนฟ้า

มนุษย์เรา... หากต้องทำอย่างนั้น ต้องใช้แรงผลักขนาดไหนกันนะ จึงจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้

อย่างมากก็กระโดดขึ้นไปไม่ถึงเมตร แล้วก็กลับลงสู่พื้นอย่างเก่า

ก็โลกของเราน่ะ... มีอะไรต่อมิอะไรยั่วเย้าให้ยึดติดตั้งเยอะ... แถมทรงพลังยิ่งกว่าแรงโน้มถ่วงเสียอีก

เงิน... อำนาจ... ชื่อเสียง... กล่าวคือ ลาภ ยศ สรรเสริญทั้งปวง

มนุษย์ล้วนแล้วแต่ดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองแหวกว่ายอยู่ในสังคมอย่างสุขสบายและปลอดภัย โดยหลงลืมไปว่า... คนเราเกิดมาเพื่ออะไร

"ท้องฟ้า" ในเพลง หลายคนอาจหมายถึง "ความฝันวัยเยาว์"

แต่ในการตีความของเดี๊ยน มันคือ "ความว่างเปล่า"...อนัตตา

Blue อาจหมายถึงสีฟ้าของท้องฟ้า แต่สำหรับเดี๊ยนคือ "สูญ"

ชอบเพลงของ L'Arc เพราะมีหลายเพลงที่เนื้อหาสามารถมองได้หลายแง่มุม และการถ่ายทอดออกมาเป็นถ้อยคำมีความแฟนตาซีอยู่เต็มเปี่ยม รวมไปถึงการเรียบเรียงเสียงดนตรีด้วย

* หรือใครจะตีความเนื้อหาว่า "วิวาห์เหาะ" ก็ยังพอได้อยู่นะ อิอิ *

 

ที่จู่ๆ ยกเพลงนี้ขึ้นมาแปล เพราะเมื่อคืนเดี๊ยนฝันประหลาดค่ะ

ฝันว่านั่งอยู่บนเครื่องบินที่ภายในเป็นห้องอาหารสุดหรู ดื่มแชมเปญในแก้วตรงหน้าไปไม่เท่าไหร่ เครื่องก็ออก

ขณะที่กำลังสงสัยว่าทำไมเครื่อง take off ได้โดยที่ไม่มีการเร่งความเร็วนั้นเอง ก็รู้สึกเหมือนทั้งลำกำลังตีลังกา

พอมองออกไปนอกหน้าต่าง ถึงได้รู้ว่า รันเวย์ไม่ใช่เส้นตรง แต่เป็นถนนที่โค้งขึ้นฟ้า แถมมีหลายระดับยังกับรางของโรลเลอร์โคสเตอร์

เป็นฝันที่สนุกมากเลย แล้วก็ตื่น

ทำให้นึกถึงเพลงนี้อ่ะ なんとなく・・・

 

 

ชอบอ่ะ live version คนละบรรยากาศกับในอัลบั้มเลย

เสียงกีตาร์ในเพลงให้ความรู้สึกระยิบระยับดีจัง

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ฟังเวอร์ชั่นนี้ภาพตอน GCC'99 ลอยมาเลยconfused smile
คิดถึงจังน้า
#1  by  W★G At 2008-10-06 20:21, 
คิดถึงลาร์ค

อีีกตั้งสามปีแน่ะ...กว่าจะกลับมา(แต่ได้ข่าวว่าช่วงนี้ลุงก็ลั้ลลากับโปรเจ็คล้านแปดของแกเหลือเกิน)

จะรอนะคะ...อะฮั้งงงง~

*เข้าเรื่อง*

อ่านความหมายแล้วภาพเอ็มวีก็ลอยมา....

อ่านคอมเม้นท์ด้านล่างของพี่โรสแล้วก็สะเทือนใจ....

ชอบที่พี่โรสตีความว่า Blue คือความว่างเปล่าอ้ะ...

ว่าแต่...."วิวาห์เหาะ"..open-mounthed smile
#2  by  มุกกิเย่ At 2008-10-06 20:55, 
แปลเก่งจัง
ชอบเนื้อหาเพลงพวกนี้confused smile
#3  by  ~aMe~ At 2008-10-07 08:51, 

<< Home


neorosifix
View full profile