ก่อนเราจะเที่ยวนิกโกในวันที่สองต่อ เดี๊ยนขอเล่าเรื่องรถโดยสารในญี่ปุ่นซักนิด เดี๋ยวจะลืม
การขึ้นรถเมล์ญี่ปุ่น
รถเมล์ญี่ปุ่น... เท่าที่เดี๊ยนเคยใช้บริการมามีอยู่ 2 ประเภทค่ะ คือประเภทจ่ายราคาเดียวตลอดสาย อย่างเช่นที่นาโกยา 200 เยนตลอดสาย และจ่ายตามระยะทาง... นี่ไม่นับการซื้อตั๋ววันซึ่งท่านสามารถสอบถามได้ที่สถานีรถไฟ เมื่อได้มาแล้วก็ขึ้นไปหน้าตาเฉยแล้วยื่นตั๋ววันให้พนักงานขับรถดูเวลาจ่ายค่าโดยสาร
มาดูแบบราคาเดียวตลอดสายสบายแฮก่อนดีกว่าค่ะ
แบบนี้จะขึ้นรถประตูด้านหน้า เมื่อท่านขึ้นไปจะป๊ะกับพนักงานขับรถ ท่านก็หย่อนค่าโดยสารลงในกล่องที่กั้นอยู่ระหว่างท่านและพนักงาน หย่อนเสร็จก็เดินเข้าไปนั่งบนรถได้สบายใจเฉิบ ก่อนถึงป้ายที่จะลง ท่านก็กดกริ่งสีม่วงซึ่งติดอยู่ที่ผนัง (เดี๊ยนเคยเห็นสีแดงด้วย แต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน) ไม่ต้องรีบร้อนยืนไปรอที่ประตูทางออกนะคะ เดี๋ยวจะโดนคนขับเอ็ดเอา (แต่ถ้าคนแน่นไม่เท่าไหร่ ไปยืนรอไว้กันเหนียว แต่ถ้าคนโล่งอาจโดนดุได้) เพราะเขาถือว่าไม่ปลอดภัย รอให้รถจอด ก่อน แล้วค่อยเดินลงตรงประตูกลางตัวรถค่ะ
ต่อมาแบบจ่ายค่าโดยสารตามระยะทาง
จะขึ้นรถประตูกลาง (รถเมล์ญี่ปุ่นเท่าที่เห็นไม่มีประตูด้านหลังค่ะ) ทางซ้ายมือจะมีกล่องเซริเค็ง (ตั๋วสำหรับเตรียมค่าโดยสาร) เป็นตั๋วสี่เหยี่ยมผื่นผ้ายาวๆ เล็กๆ มีตัวเลขพิมพ์อยู่คล้ายบัตรคิว กรุณาหยิบตั๋วออกมาคนละใบนะคะ ถ้าไม่หยิบคนขับรถจะพูดใส่ไมค์ว่า "เซริเค็ง โอโทริคุดาไซ" ค่ะ หยิบตั่วเสร็จก็หาที่นั่งได้ตามสะดวกค่ะ
แล้ว... เราจะรู้ได้ไงล่ะ ว่าค่าโดยสารเราเท่าไหร่
ให้มองไปหน้ารถค่ะ ด้านบนจะมีจอซึ่งเป็นตารางเล็กๆ อยู่ ท่านก็แค่เทียบตัวเลขบนเซริเค็งกับตัวเลขบนตารางว่าท่านต้องจ่ายกี่เยน แล้วเตรียมค่าโดยสารไว้ให้พอดี แล้วหย่อนใส่กล่องที่อยู่ข้างๆ คนขับพร้อมเซริเค็งตอนก่อนลงค่ะ รถเมล์แบบนี้จะลงเฉพาะประตูหน้าเพื่อป้องกันการเบี้ยวค่าโดยสารนะคะ อะเหอๆ
อนึ่ง กรณีท่านไม่มีเงินพอดีค่าโดยสาร รถเมล์ทั้งสองแบบนี้ จะมีเครื่องแลกเหรียญอยู่ตรงกล่องหยอดค่าโดยสารค่ะ สามารถแลกธนบัตรพันเยน เหรียญ 500 และ 100 เยนได้ค่ะ นอกจากนี้ หากไปกันหลายคนก็จ่ายพร้อมกันได้ บอกคนขับซะหน่อยว่ารวมกันกี่คน และหย่อนเงินและเซริเค็งให้ครบนะคะ
หนึ่งวัน ดี/ไม่ดี ที่นิกโก (ภาคจบ)
มาถึงวันที่ 2 ในนิกโกดีกว่า วันนี้เที่ยวไม่เต็มวันหรอกค่ะ เพราะต้องกลับโตเกียวแล้ว หลักๆ ของวันนี้คือที่ริวโอเคียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติค่ะ สวยมั่กๆ ขอบอก จริงๆ แล้วเดี๊ยนแทบไม่ได้เตรียมแผนการเที่ยวในนิกโกมาเลย แต่พี่สาวบอกว่าอยากลองไปนั่น ไปนี่ อาทิ ธีมพาร์ค ซึ่งมีสถานที่สำคัญต่างๆ ของโลกจำลองอยู่ เดินเล่นที่นั่นที่นี่ แต่สุดท้าย ดูเวลาแล้วคิดว่าไม่ไหว เลยถามคุณป้าในอนเซ็นที่พักว่ามีที่ไหนใกล้ๆ แนะนำบ้างรึเปล่า ตอนนั้นเอาโบรชัวร์ของนิกโกมาเปิดดูค่ะ ชี้ถามทางไปสวนสาธารณะคินุกาวะโคเอ็น เพราะเห็นรูปสวนซากุระสวยดี พอคุณป้าบอกทางเสร็จก็แนะนำริวโอเคียวนี่แหละค่ะ
ขออวดวิวจากหน้าต่างห้องพักในอนเซ็นที่เดี๊ยนไปค้างซะหน่อย
อนเซ็นนี้อยูติดแม่น้ำคินุกาวะค่ะ
(คินุแปลว่ายักษ์โกรธ ที่สถานีรถไฟคินุกาวะอนเซ็นมีรูปปั้นยักษ์ตั้งอยู่หน้าประตู เสียดายที่เดี๊ยนไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะไปถึงก้มืด ทุกคนเหนื่อยกันแบบโฮกๆ (จากเนื้อหาในเอ็นทรีก่อนหน้านี้ ว่าด้วยชิโมอิมาอิจิ)
อีกรูป... สวยชิมิ (ไม่อยากเชื่อเลยว่า ไอโฟนของเดี๊ยนถ่ายรูปได้แจ่มกว่ากล้องอัตโนมัติโซนีซะอีก แต่ดันซูมไม่ได้ =_=" เฮ้อออ)
พวกเดี๊ยนไม่น่าไปเสียเวลาที่สวนสาธารณะเลยค่ะ T^T ไม่ใช่ว่าไม่สวยนะ แต่... ซากุระมันร่วงหมดแล้ว เหลือแต่ตรงถนนทางเข้านั่นแหละ แถมนายสถานีคินุกาวะโคเอ็น (ซึ่งเป้นสถานีถัดจากคินุกาวะอนเซ็น) ตอบคำถามได้งงและ... หน้าตาเฉยเหมือนสถานีโทบุนิกโกเปี๊ยบบบบ (ใครไม่เข้าใจกรุณากลับไปอ่าน (2) ตอน ชิโมอิมาอิจิสถานีปราบเซียนค่ะ)
สุดท้าย... เดี๊ยนแวะถามร้านโซบะเล็กๆ ตรงปากทางเข้าสวนสาธารณะ เปิดประตูเข้าไปเจอคุณป้าเจ้าของร้าน กับลูกค้ารุ่นคุณลุงประมาณสี่คนหันมามองเดี๊ยนเป็นตาเดียว จนเดี๊ยนรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในการ์ตูนที่ตัวละครเปิดประตูเข้ามาแล้วมีคำว่า "ผ่าง" ตัวใหญ่ๆ เด้งออกมา
เอ่อ... มันก็น่าอยู่หรอกค่ะ เพราะวันนั้นเดี๊ยนนัดกันกับหลานสาวแต่งตัวแนวกึ่งโลลิต้า กระโปรงลายสก็อตกับหมวกใบเล็กๆ ลายสก็อตสีแดงแปะหัว
แอบผิดหวังจากสวนสาธารณะ เลยถามทางไปริวโอเคียวค่ะ ทั้งคนขายและลูกค้าน่ารักมาก ช่วยกันบอกทางใหญ่ แนะนำให้ไปด้วยรถไฟแถมเช็คเวลารถไฟให้เสร็จสรรพ (บอกได้เข้าใจง่ายยิ่งกว่านายสถานี) เดี๊ยนซาบซึ้งในน้ำใจสุดๆ แหม... บะหมี่ก็ไม่ได้ซื้อ เจ้าของร้านเร่งให้รีบเดินไปจะได้ทันรถไฟขบวนที่จะมาถึง ก่อนออกจากร้าน
จะว่าไปก็ไม่ได้ผิดหวังกับที่นี่นักหรอกค่ะ เมืองบริเวณสถานีคินุกาวะโคเอ็นดูน่ารักดี จะมีคนไทยซักกี่คนนะที่หลุดมาเหยียบที่นี่ ^^;
มุมหนึ่งหน้าสถานีคินุกาวะโคเอ็น
และแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปริวโอเคียวค่ะ
เราลงรถไฟที่สถานีริวโอเคียว ชานชาลาที่นี่... เป็นอุโมงค์ค่ะ ถ้าเผลอมาตอนกลางคืนคงหลอนน่าดู
มีล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าอยู่ตรงบันไดที่จะขึ้นไปยังทางออกของสถานี
นายสถานีที่นี่เป็นผู้หญิงค่ะ... น่ารักมากกกกก เจอคนใจดีอีกแล้ว
เนื่องจากเวลาเหลือไม่มาก เดี๊ยนเลยถามข้อมูลเกี่ยวกับการเที่ยวและเวลารถไฟเพื่อให้ทันชินคันเซ็นเที่ยวที่จองไว้ คุณนายสถานีก็ตรวจดูให้อย่างละเอียด พร้อมแนะนำว่าถ้าจะกลับโตเกียวด้วยสายโทบุจากสถานีนี้ก็ได้ ไม่ต้องเปลี่ยนรถให้เมื่อยตุ้ม เพราะมีรถสายตรงไปยังสถานีอาซาคุสะ และบอกเวลาให้เสร็จสรรพเผื่อเราเปลี่ยนใจ จากนั้นก็ชี้ทางไปริวโอเคียว และบอกว่ามีเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงไปรูทนี้ๆ กลับมาก็น่าจะทันรถไฟขบวนนี้พอดี
พวกเดี๊ยนก็มุ่งหน้าไปยังริวโอเคียวกันค่ะ ไม่เคยเห็นรูป (หรือเห็นก็จำไม่ได้) ได้ยินแต่คำอธิบายของคุณป้าที่อนเซ็น ก็เลยจินตนาการว่าคงเป็นที่เดินเล่นชมแม่น้ำลำธารล่ะมั้ง แต่ที่ไหนได้... มันอลังการงานสร้างเกินคาดค่ะ (รู้งี้ไม่แวะสวนสาธารณะก็ดีง่ะ T^T) เป็นแม่น้ำ (น้ำแร่) สีเขียวอะควอมารีน ไหลผ่านหุบเขาสูงซึ่งเป็นป่า มีหาดหินน่าสบาย และน้ำตก แถมอากาศเป็นใจ ฟ้าใสแดดส่อง โอ้วววว เป็นวิวที่สุดยอดไปเลยยยย
ปากทางเข้าริวโอเคียวค่ะ
สภาพเมืองด้านหน้า... เล็กจุ๋มจิ๋มดีจริงๆ
แต่เดี๊ยนแอบเสียเซ้ว... แต่งตัวมาไม่ได้เข้ากับที่เที่ยวเอาซะเล้ยยยย
...ไม่สนใจค่ะ ถ่ายรูปกันเพลิดเพลิน น้องสาวเดี๊ยนดูรูปแล้วบอกว่าเหมือน Turkey Run (อุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในรัฐอิลินอยส์ค่ะ) อืม... จะว่าเหมือนก็เหมือนนะ แต่ก็ไม่เหมือนกันในบรรยากาศ รายละเอียด และคนที่ไปด้วย... เอิ๊กส์ อย่างน้อยตอนเตอร์กี้รัน เดี๊ยนก็ไม่ได้แต่งตัวแบบนี้ล่ะน่า 555 ขืนแต่งไปคงโดนเจ้าหน้าที่อุทยานไล่ตะเพิดออกมา ไม่ก็โดนคิดว่าเป็นคนบ้า) น้ำที่เตอร์กี้รันก็ไม่ได้สีวิ้งแบบนี้
ถ่ายผ่านแมกไม้ตรงทางเดิน (ลง) เข้า
น้ำตกนิจิมิโนะทาคิ (น้ำตกชมรุ้ง)
มีอีกน้ำตกนึงชื่อว่าทาเทโงโตะโนะทาคิ เป็นน้ำตกที่ไหลเป็นแนวโค้งสวยงามแปลกตา แต่... บุญไม่มีค่ะ ไม่ได้เข้าไปดู T^T
1 ชั่วโมงเดี๊ยนได้เดินผ่านตรงน้ำตก ลงไปซุกซนที่หาดหิน ตรงหาดเป็นหินก้อนใหญ่ๆ ค่ะ บนก้อนที่ใหญ่ที่สุดมีคู่รักไปนั่งปิคนิคกันอย่างน่าอิจฉาด้วย ดูสบายจังเลย
ขณะถ่ายรูปนั้นเอง คุณแฟนหนุ่มก็ทักทายพวกเดี๊ยนขึ้นมาเป็นภาษาไทย ช่วยถ่ายรูปหมู่ให้ แถมชี้มุมที่ถ่ายรูปสวยให้หลายจุดเลยล่ะ เลยได้คุยกันนิดหน่อยค่ะ ได้ความว่าคุณคนนี้เคยไปเที่ยวเมืองไทย โดยขับรถจากมาเลเซียทะลุไทยไปถึงลาวแน่ะ สุดยอดมั่กๆ เขาไม่ใช่คนนิกโกค่ะ แต่นั่งรถไฟจากโตเกียวมาเที่ยวริวโอเคียวกันสองคนกับแฟน (ไม่น่าใช่พนักงานบริษัทแน่ๆ เพราะเป็นวันทำการอยู่เลย)
สะพานนิจิมิฮาชิถ่ายจากหาดหิน
วิวอีกด้านหนึ่งของหาดหิน
คุยกันเสร็จก็ชี้ให้ไปถ่ายรูปที่สะพานค่ะ... ตรงหุบเขาจะมีสะพานที่อยู่สูงงงงงงมาก สะพานนั้นมีชื่อว่านิจิมิฮาชิ จะเห็นวิวโดยรวมของบริเวณนั้น อีกฟากของสะพานยังมีเส้นทางเดินเที่ยวอีก แต่พวกเดี๊ยนไม่ได้ไปค่ะ
ดูจากชื่อของน้ำตกและสะพาน นิจิมิน่าจะหมายถึง "ชมรุ้ง" แสดงว่าถ้ามาในวันที่แสงดี ยืนในมุมดีๆ อาจจะเห็นรุ้งพาดผ่านน้ำตกก็ได้ จริงๆ วันนั้นก็แดดดีนะคะ แต่น้ำตกพุ่งแรงไป ไม่สาดกระเซ็นเป็นละออง เลยอดเห็นรุ้งเลย (ย่อหน้านี้เดี๊ยนสันนิษฐานเอาเอง ^^;)
ถ่ายจากสะพานนิจิมิฮาชิ
เอ้า อีกรูป
อีกด้านหนึ่งจากสะพานนิจิมิฮาชิ
แอบถ้ำมองจากแมกไม้ (ทำไมต้องแอบ 555)
จุดกำเนิดน้ำตก
เขาว่ากันว่าคือศาลเจ้านะคะ ถ่ายจากหลังน้ำตกค่ะ
โดยรวมเป็นฉะนี้แล...
ขออภัยวิวซ้ำไปซ้ำมา เดี๊ยนถ่ายภาพไม่เก่ง เลยไม่ค่อยน่าอวด + ส่วนใหญ่ภาพติดคนทั้งนั้นเลยค่า ไม่น่าเอามาประจาน อิอิ
พอถ่ายรูปกันจนพอใจ พวกเดี๊ยนก็กลับ คนที่เดินสวนกันไปมาพากันมองหมวกของหลานและเดี๊ยนกันทั้งนั้น บางคนก็เข้ามาถามว่าใส่ยังไง ซื้อที่ไหน น่ารักดี เหอะๆๆๆ แต่งตัวมาไม่เข้ากับสถานที่มักต้องเจอชะตากรรมแบบนี้แหละพะย่ะค่ะ
แต่ที่แต่งตัวได้จ๊าบกว่า นั่นก็คือคุณลุงร้านดังโงะตรงปากทางเข้าริวโอเคียวค่ะ แต่งตัวได้ฮิปมั่กๆ ประโคมเครื่องประดับเข้าไป เด็ดกว่าพังค์ ร็อค อาร์แอนด์บี ฮิปฮอปซะอีกนะเนี่ย คุณลุงถ่ายรูปกับดาราญี่ปุ่นเต็มไปหมดเลยค่ะ แปะโชว์อยู่ที่ร้าน แถมพอเราขึ้นมาก็หาน้ำหาท่ามาเลี้ยงกันอีก น่ารักมากกกก
ไม่ใช่แค่ร้านลุงนะคะ ร้านค้าแถวนั้นก็ใจดีสุดๆ พอถามหาห้องน้ำ เขาก็บอกว่าให้มาเข้าในร้านได้ ไม่เป็นไร เราก็ออกตัวว่า แต่เรารีบไปให้ทันรถไฟนะ คงไม่ได้อุดหนุนของในร้าน พ่อค้าแม่ค้าก้บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ อยากได้อะไรบอก... อัธยาศัยดีสุดๆ แต่สุดท้าย... ด้วยความเกรงใจ พวกเดี๊ยนก็ซื้อของในร้านติดไม้ติดมือมาเล็กน้อยแหละค่า นี่สินะที่เรียกว่า... ค้าขายเป็น
อยากกลับไปเที่ยวริวโอเคียวอีกจังเลยยยยย ไปก็ง่าย วิวก็สวย คนก็น่ารัก >_<
ไม่ใช่แค่เพราะผู้คนน่ารักนะคะ แต่เพราะไอ้ที่พวกเดี๊ยนเดินขึ้นลงกันจนหอบเป็นชั่วโมงนั่นน่ะ มันแค่จุดจุดเดียวในริวโอเคียวเท่านั้นแหละค่ะ พอมาดูในแผนที่ทั้งหมด... โอ้ แม่เจ้า เส้นทางเดินป่าอะไรมันจะยาวขนาดน้านนนนน นี่ถ้าเดินให้หมด อาจต้องใช้เวลาทั้งหวัน หรือไม่งั้นคงต้องหอบเต็นท์ไปนอนกลางทางแหงมๆ
พวกเราเดินกลับมาที่สถานี ซื้อตั๋วรถไฟเตรียมกลับโตเกียว เชื่อมั้ยคะ... คุณนายสถานีคนนั้นกำลังวาดแผนการกลับโตเกียวให้พวกเดี๊ยนอยู่!!! แถมเช็คเวลาให้อย่างละเอียด เป็นอะไรที่ประทับใจสุดๆ เลยค่า ซาบซึ้งง่ะ T_T
ตอนกลับมาต่อรถไฟที่สถานีอิมาอิจิก็เจอขบวนแห่ฤดูใบไม้ผลิขบวนเล็กๆ อีกต่างหาก
ถ่ายระยะไกลเลยได้ภาพแบบนี้มาค่ะ... กล้องอัตโนมัติซูมก็งี้แหละ นั่งรอภาพถ่ายแจ่มๆ ในกล้องหลานชายกันต่อปายยยย
อีกภาพ... ระยะใกล้มาหน่อยค่ะ
และแล้วพวกเดี๊ยนก็กลับโตเกียวโดยสวัสดิภาพ จริงๆ ก็อยากอยู่นิกโกนานกว่านั้น แต่พอดีนัดพี่สาวอีกคนไว้ บวกกับวันถัดไปมีเที่ยวต่อ... ออกค่อนข้างเช้า เลยขอหลับยาวเอาแรงก่อนดีกว่าค่า
เอ็นทรีหน้าเล่าอะไรดี... ไปคานาซาวะ (ก่อนนิกโกซะอีก) กับยามานาชิมา ขอไปชั่งใจคิดก่อนแล้วกันค่ะ




