2007/Oct/12

BELOVED

words & music by TAKURO

translated by neorosifix

.

เราเดินกันมายาวไกลแค่ไหนกันแล้วนะ?

ดอกทานตะวันเบ่งบานประดับฤดูร้อนตามถนนหนทางต่างๆ ในเมือง

อดีตที่เราเคยทิ้งขว้างความรักอันยุ่งยากมีแต่ปัญหา

ทุกครั้งที่นึกถึงมันทีไร ความเจ็บปวดพอกพูนขึ้นในใจเป็นทวี

.

ระหว่างที่เราต่างก็ทิฐิใส่กัน หมกมุ่นอยู่กับแต่ละวันอันยุ่งเหยิง

ไฟอ่อนโยนเปล่งแสงขึ้นในสิ่งสำคัญบางอย่างซึ่งเราเคยลืมมันไป

.

ขณะที่เรากำลังหลงทาง แม้ต้องหยุดยืนตามสี่แยกต่างๆ ที่เราผ่านกันมา

แต่คนเราก็ยังต้องออกเดินต่อไปอีกครั้ง

แล้วความรักก็วนเวียนเข้ามาทักทายกัน ทั้งๆ ที่เราต่างก็มีชีวิตอยู่ตามทางของตัวเองเสมอมาแท้ๆ

แต่ถ้ามีเธอมาอยู่เคียงข้างฉันล่ะก็

.

AH ฉันตื่นจากความฝันแล้ว จากนี้ไป ฉันจะรักเธอดังเดิม

.

ช่วงเวลาที่เราทิ้งการสื่อสารจากใจถึงใจ

ฤดูกาลที่สามเรียกความรู้สึกเสน่หาที่เปราะบางเหมือนฟองสบู่นั้นว่ามันคือความรัก

.

ทุกๆ วัน ท่ามกลางชีวิตที่ปล่อยให้เป็นไปแบบเรื่อยๆ

เราได้บ่มเพาะไม้ยืนต้นแห่งความรัก เก็บเกี่ยวทั้งรอยยิ้มและน้ำตา

เก็บเสียงของเพื่อนผู้ห่างไกลที่แสนคิดถึงไว้ในใจ แล้วมอบรักไปให้เธออีกครา

พบรักกันไม่รู้กี่ครั้ง... เลิกร้างกันไม่รู้กี่หน...

ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นไม่จบสิ้น

.

ขณะที่เรากำลังหลงทาง แม้ต้องหยุดยืนตามสี่แยกต่างๆ ที่เราผ่านกันมา

แต่คนเราก็ยังต้องออกเดินต่อไปอีกครั้ง

แล้วความรักก็วนเวียนเข้ามาทักทายกัน ทั้งๆ ที่เราต่างก็มีชีวิตอยู่ตามทางของตัวเองเสมอมาแท้ๆ

แต่ถ้ามีเธอมาอยู่เคียงข้างฉันล่ะก็

.

AH ฉันตื่นจากความฝันแล้ว จากนี้ไป ฉันจะรักเธอดังเดิม

ฉันตื่นจากความฝันแล้ว ฉันจะรักเธอตั้งแต่นี้และตลอดไป

.

เพลงนี้... สิบกว่าปีแล้วสินะ =_="

จำได้ว่าได้ฟังในช่วงเวลาเดียวกับ Blurry Eyes ของ L'Arc~en~Ciel และดนตรีของทั้งสองเพลงก็เปลี่ยนโลกของเดี๊ยนให้เป็นสีชมพู (ตอนนั้นยังแปลเนื้อเพลงไม่ได้เรื่องเลยค่ะ ความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นและเรื่องบทกลอนอะไรพวกนี้ยังเป็นวุ้น) แต่ตอนนั้นชอบ BELOVED ของ GLAY มากกว่านะ แต่ถ้าเป็นตอนนี้ คงชอบ Blurry Eyes มากกว่า ทั้งสองเพลงไม่มีใครด้อยกว่ากันหรอกค่ะ ฟังแล้วรู้สึกว่าเมโลดี้เป็นสีชมพูทั้งคู่ (ไม่ใช่เนื้อร้องนะ) เพียงแต่เดี๊ยนไม่มีมาตรฐานตายตัวในการชอบ แล้วแต่อารมณ์

มาเข้าเนื้อร้องกันหน่อยดีกว่า... พอดูความหมายแล้ว โอ้ว... มันช่างเข้ากับเสียงเครื่องดนตรีมั่กๆ เสียงกีตาร์โปร่ง (แน่นอนว่าจริงๆ แล้วคือกีตาร์ไฟฟ้า อะเหอๆ) ที่ให้ความรู้สึกของหน้าร้อน มันไม่ได้ร้อนแบบร้อนแรง แต่เป็นความร้อนแบบ maturity เหมือนความรักที่ได้รับการบ่มมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ยังไม่ทิ้งความหวาน... แหม... ก็รักคือรักนี่นา ช่วยไม่ได้ ถ้ารักไปแล้ว ต่อให้รักๆ เลิกๆ กันไปกี่ครั้ง สุดท้ายก็มาลงเอยกันอีกจนได้นั่นแหละ ตัดไม่ขาด เหมือนถ่านไฟเก่า เตรียมสปาร์คได้ใหม่ทุกเวลา 5555

ความรักก็เหมือนการเดินทาง แต่ละช่วงชีวิตของแต่ละคนย่อมมีสามแยกสี่แยกให้ได้มาตัดสินใจกันบ้าง ยิ่งถ้าต่างคนต่างก็ยึดติดกับความเป็นตัวของตัวเอง และความเป็นตัวเองของทั้งสองฝ่ายเลี้ยวขวาเลี้ยวซ้ายไม่เหมือนกัน มันก็ไม่แปลกที่จะต้องแยกกันไปทางใครทางมัน แต่... ถ้าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกันหรอกค่า จะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาอ้อมโลกกันมาขนาดไหน สุดท้ายก็มาเจอกันอีกนั่นแหละ

และเมื่อความรักมันเล่นตลกแบบนี้... ฉันก็คงหนีเธอไปไม่พ้นแล้วสินะ... สุดท้าย ฉันก็ยอมตื่นจากความฝันของตัวเอง เพื่อที่จะได้อยู่กับเธอตลอดไป

จบที่การเสียสละของใครคนใดคนหนึ่ง เพื่อประคับประคองชีวิตรักให้คงอยู่... ช่วยไม่ได้นี่คะ ท่อนที่บอกว่าฤดูกาลที่สาม เดี๊ยนคิดว่าหมายถึงฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็นฤดูแห่งการแยกจาก คนเราจะเห็นคุณค่าของอะไรบางอย่างก็ต่อเมื่อเราสูญเสียมันไปแล้ว พอขาดเธอถึงได้รู้ว่ารักเธอมากแค่ไหน ถึงได้รู้ว่าคนรักที่แตกหักกันไปนั้นคือรักแท้ สุดท้ายก็ยอมกลับมาหาเธอ

ถ้าคนร้องเพลงนี้เป็นผู้หญิง เดี๊ยนคงหมั่นไส้น่าดู เพราะไม่ว่าจะละครน้ำเน่าก็ดี หนังรักโรแมนติกก็ดี ผู้หญิงต่างทิ้งความฝันของตัวเองเพื่อผู้ชายมานักต่อนักแล้ว ไม่ว่าจะเพราะสังคมหรืออะไรก็แล้วแต่ (อย่างเช่นออกจากงานที่รักมาเป็นแม่บ้าน ปรนนิบัติสามี เลี้ยงลูก บลาๆๆๆ) มันน่าแค้นใจนะคะ แต่เสียงคนที่ร้องเพลงนี้ดันเป็นผู้ชายนี่สิ... ฟังทีไรมันก็อดอมยิ้มไม่ได้ แหม... ถ้ามีผู้ชายซักคนรักเรามากกกกก ถึงขั้นสละความฝันของตัวเองได้เพื่อให้ได้อยู่ด้วยกันและยอมให้เราทำตามความฝันของเราต่อไป... รักตายเลยล่ะค่า... แต่ถ้ามีทางเลือกล่ะก็ พบกันครึ่งทางคงจะดีกว่า จะได้ไม่มีฝ่ายไหนต้องพลาดอะไรไป

First published: 24 Aug. 2007

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home


neorosifix
View full profile