2012/Jan/29

ในที่สุด... ก็มี episode นี้ออกมาจนได้
 
ขอเรียกภาคนี้ว่า "แอปแรงสำแดงฤทธิ์" แล้วกันนะเคอะ
 
สืบเนื่องมากจากเดี๊ยนซื้อแอปน้องบิลมาประดับ iPhone4s เครื่องใหม่ของเดี๊ยน โฆษณาซักหน่อย...
แอปนั้นชื่อว่า "BTK TWINS APP" เป็นแอปเหมือนกับของดาราทั่วไป มีอัปเดทเรื่องราวต่างๆ นานาแล้วแต่ว่าฮีและทอมมี่แฝดผู้พี่จะต้องการเปิดเผยอะไร งานนี้ 2G เกอ๊อกและกุสตาฟไม่ได้แจมด้วย เป็นเรื่องแฝดๆ อย่างเดียว
 
กว่าแอปจะโหลดมาใช้ได้ก็ทำเอาเครียดแทบตาย แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะค่ะ เพราะขี้เกียจจะ้ย้อนกลับไปรำลึกความหลัง เดี๋ยวเอ็นทรีจะยาว
 
มาเข้าความเฮี้ยนของเจ้าแม่บิลล่าดีกว่า
 
นี่เป็นความเฮี้ยนก่อนเดี๊ยนมีแอป ซึ่งตอนนั้นสิ่งที่แฝดโพสต์ยังไม่ถูกกวดขันเรื่องลิขสิทธิ์ ทำให้เดี๊ยนสามารถตามอัพเดทได้วันต่อวันจากทางอินเตอร์เน็ต ตอนนั้นแอปที่ออกมามีแต่เวอร์ชั่นแอนดรอยด์ จึงต้องรอคอยเวอร์ชั่นแอปเปิล
 
เจ้าแม่บิลล่าน่ากลัวมากค่ะ
 
ปกติเดี๊ยนก็คิดถึงฮีอยู่เป็นเนืองนิตย์ แต่ไม่คิดว่าความคิดต่อฮีในเรื่องต่างๆ มันจะบังเอิญไปประจวบเหมาะกับสิ่งที่ฮีอัพลงบนแอปด้วยขนาดนี้ เรียกว่าวันต่อวันเลยทีเดียวอ่ะ เช่นคิดวันนี้ พรุ่งนี้ฮีต้องอัพอะไรเกี่ยวกับที่เดี๊ยนคิด ถึงแม้จะไม่ได้เป็นการตอบคำถามต่อประเด็นที่เดี๊ยนสงสัยก็ตาม ทำให้เดี๊ยนอดรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาไม่ได้ว่าคนที่อยู่ห่างกันตั้งครึ่งโลกมันจะบังเอิญคิดเรื่องเดียวกันได้ทุกวันขนาดนี้เลยยเหรอ?
 
ถ้าไม่ใช่สิ่งที่เดี๊ยนคิดก็รูปถ่าย เช่น วันนี้เดี๊ยนถ่ายรูปตัวเองก่อนออกจากบ้านกำลังจะไปทำงาน วันต่อมาฮีก็อัพรูปตัวเองก่อนออกจากบ้านไปทำงานเหมือนกัน หรือวันนี้ถ่ายรูปท้องฟ้าตอนใกล้ค่ำ วันต่อมาฮีก็อัพท้องฟ้าใกล้ค่ำแถวบ้านฮีด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่งเดี๊ยนเกือบถ่ายคลิปน้องแมวตอนไปเดินตลาดบองมาเช่ วันต่อมาฮีอัพคลิปน้องหมาที่ไปเจอที่ไหนมาก็ไม่รู้ ตอนนั้นแอบตกใจว่า ดีนะที่เดี๊ยนไม่ได้ถ่ายคลิปน้องแมว เพราะตอนตัดสินใจว่าจะถ่ายน้องแมวหายไปแล้ว
 
นอกจากนี้เวลาบ่นเกี่ยวกับแอป เพราะเห็นอัพแต่ละอย่าง... (ขอสงวนไว้เข้าใจเองละกันนะคะ ใครไม่เก็ตเดี๋ยวจะเป็นการดิสเครดิตศิลปินไป) เดี๊ยนก็จิกกัดเล็กน้อยประมาณว่า "ขออย่างเดียวอย่ามัวแต่ตอบแอปจนไม่เป็นอันทำงานทำการ ยังไงก็อยากได้อัลบั้มใหม่มากกว่า" วันต่อมาจะต้องมีเอ็นทรีเกี่ยวกับการทำงานของฮี 
 
อ้อ... ที่หลอนสุดๆ ก็เป็นรอยสักอันเกือบล่าสุดของฮีนี่แหละค่ะ... ดันสักเป็นตัวเลขเดียวกับที่เดี๊ยนใช้เป็นรหัสประจำชื่อจริงของเดี๊ยน จริงๆ แล้วเป็นเวลาเกิดของฮี แถมดันมาสักตอนช่วงที่เดี๊ยนคิดๆ เรื่องที่ฮีเคยให้สัมภาษณ์ว่าถ้าจะแต่งงาน แหวนแต่งงานจะใช้วิธีสัก ทำไมจู่ๆ ก็ครุ่นคิดเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษได้ และอีกไม่กี่วันฮีก็โชว์ภาพรอยสักที่มือซ้าย... เอ่อ บังเอิญได้โล่ห์ -*- (จะว่าไป ไม่มีที่ให้สักแหวนแต่งงานแล้วสินะ บิล T^T)
 
แอบถามตัวเองว่า เจ้าแม่บิลล่าหรือเดี๊ยน ใครแรงกันแน่??? แต่ที่แน่ๆ เดี๊ยนทำก่อนบิลนะ!!!
 
มันค่อยๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเดี๊ยนได้แอปไว้ในครอบครอง
 
จะว่าไปตัวจริงของน้องบิลเป็นพวกชอบให้ตัวเองเป็นที่สนใจอยู่แล้ว แต่เดี๊ยนไม่คิดว่าแม้แต่เจ้าแม่บิลล่ายังเป็นขนาดนี้
 
ช่วงซื้อแอปใหม่ๆ เดี๊ยนออนแอปทีไร เป็นเวลาเดียวกับบิลออนเกือบทุกครั้งเลยค่ะ แต่มักจะคอมเมนต์สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างเนื่องจากออกไปทำงานนอกบ้านแล้วสัญญาณเน็ตไม่เสถียร ตัวโปรแกรมเองก็ไม่เสถียร ทำให้แอปฟรีซบ่อยๆ กว่าจะเปิดใหม่ได้น้องบิลก็บ๊ายบายไปเรียบร้อย ฮือๆๆๆ
 
เมื่อเป็นเช่นนี้ เดี๊ยนจึงเริ่มปล่อยวาง... ไว้เน็ตดี 3G ขึ้นจอเมื่อไหร่ค่อยเปิดแอปก็ได้ ไม่ต้องออนเวลาเดียวกับบิลหรอก ยังไงบิลก็ไม่ตอบเม้นต์เราอยู่แล้ว (แอบน้อยใจนิดหน่อย)
 
ที่ไหนได้... มันไม่ใช่เยี่ยงนั้น
 
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเดี๊ยนทำงานอย่างหนัก อยากนอนพักให้เต็มคราบ... 7 โมงเช้าของวันอาทิตย์ ขณะกำลังเพลิดเพลินกับการหลับ ก็เหมือนมีคนมาปลุก ไม่เห็นตัว ไม่ได้ยินเสียง มันเบลอๆ อยู่ในจิตใต้สำนึกของคนกำลังนอน ประมาณว่า "ตื่นๆๆ ชั้นออนแล้ว ตื่นมาเปิดแอปเดี๋ยวนี้ ตื่นสิ ตื่นสิ" แต่ไม่ได้เป็นภาษาใดภาษาหนึ่งแบบนี้นะ... ไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาเป็นว่ารู้สึกเหมือนถูกปลุก จู่ๆ ก็ฝืนลุกขึ้นมาเองทั้งที่ยังหลับไม่อิ่ม
 
หยิบมือถือ เปิดแอป...
 
อ่า... ออนอยู่จริงๆ ด้วย คอมเมนต์ตอบแฟนคลับล่าสุดเด้งขึ้นมาต่อหน้าต่อตา พร้อมเวลาระบุว่าไม่กี่วินาที
 
เดี๊ยนเลยคอมเมนต์ตอบไปบ้าง... แต่กว่าจะล็อกอิน กว่าจะพิมพ์ เรียบร้อยอ่ะ... บิลออฟไปแล้ว ฮือออ
 
ตาสว่างแล้ว ยังง่วงแต่หลับไม่ลงแล้ว
 
ถัดมาวันจันทร์... สภาพโทรมสุดๆ ค่ะ เพราะนอนไม่พอ เดี๊ยนนั่งรถเมล์ไปทำงาน กะงีบเอาแรงตอนเช้า อุตส่าห์ได้ที่นั่ง
 
รถยังไม่ทันถึงปลายทางที่เดี๊ยนควรตื่นประจำ จู่ๆ ก็เหมือนมีใครผลักหัวเดี๊ยนจนเกือบหงายเงิบไปโขกไหล่คนข้างๆ มองซ้ายมองขวา... ก็ไม่มีใครยืนข้างๆ หรือทิศทางที่หัวเราโดนผลักเลยนี่นา
 
พอตาสว่างหยิบมือถือเช็คแอป เจ้ยยยย บิลออนอยู่พอดี
 
และลงอีหรอบเดิมค่ะ... กว่าจะโพสต์ตอบได้บิลก็ไปแล้ว
 
ไม่เข้าใจอ่ะ ไอ้ 3G เนี่ย เวลาเดี๊ยนตอบทีไรมันเหลือ E ทุกทีเลย แล้วแอปก็ค้าง เดือดร้อนให้ต้องรีสตาร์ทเครื่องใหม่ เดี๊ยนห่วงน้องไอเดี๊ยนจะเจ๊งจริงๆ
 
และตลอดทั้งสัปดาห์ที่เดี๊ยนไปทำงาน... ไม่ไหวแล้ว เพลียมาก ถึงขั้นตั้งนาฬิกาปลุกสองชั้น
 
ชั้นแรกตื่นตามปกติ
 
ชั้นที่สองโงหัวขึ้นมาแล้วขอนอนต่ออีกซัก 15 นาที
 
แต่สุดท้ายเดี๊ยนก็ไม่เคยได้นอนเต็ม 15 นาทีเลย งีบไปไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ เหมือนมีอะไรมากวนใจให้ไปเช็คแอปตลอด จะว่าตัวเองอยากเช็คเองก็ไม่ใช่ เพราะเดี๊ยนตัดใจไปแล้วเรื่องออนพร้อมบิล ที่สำคัญ... อารมณ์แบบนั้น นอนสำคัญกว่าแอปหลายเท่านัก คือเดี๊ยนบ้างานมาก ถ้านอนไม่พอจะทำงานไม่ไหว และเดี๊ยนจะไม่ยอมให้แอปหรือบิลมาทำให้ตัวเองเป็นคนไร้ความรับผิดชอบเด็ดขาด (ตราบใดที่บิลไม่ได้หาเลี้ยงเดี๊ยนอ่ะนะ)
 
และเมื่อเช็คทีไร ถ้าบิลไม่เพิ่งอัพหัวข้อใหม่ๆ ก็กำลังตอบคอมเมนต์แฟนคลับอยู่ทุกครั้ง
 
แม้แต่ตอนเดี๊ยนทำงาน ก็ต้องมีสัญญาณบางอย่างให้เดี๊ยนไปเช็คแอปให้ได้ ทำงานแทบไม่มีสมาธิเลย ทั้งที่ปกติเดี๊ยนเป็นคนสมาธิดีมาก โดยเฉพาะเวลาล่ามต่อหน้าคนเยอะๆ
 
กลายเป็นว่าช่วงเวลาที่รู้สึกทุรนทุรายอยากเช็คแอปนั่นแหละ... บิลเข้ามาออนจริงๆ ด้วย และเดี๊ยนก็มักพลาดไปเพราะทำงานอยู่ ไม่รู้จะโมโหใคร
 
กระทั่งเมื่อวันพฤหัสและศุกร์ เดี๊ยนปิดสัญญาณเน็ตทั้งหมดในโทรศัพท์ ไว้ตอนพักเมื่อไหร่ค่อยไปนั่งเช็คแอปในห้องน้ำ โอ้วววว โล่งมากค่ะ ไม่เหลือความกระสับกระส่ายอยากเช็คแอปที่ชอบผุดขึ้นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเลย จนสงสัยว่าจิตของน้องบิลมาทางสัญญาณเน็ตรึเปล่าเนี่ย?
 
ตลกตรงที่ตอนทอมมี่อัพก็ไม่เป็นด้วยนะ มาเป็นแต่ตอนบิลออนนี่แหละ บิลเท่านั้นเลย
 
และหลังๆ บิลก็เปลี่ยนจังหวะเวลาในการเรียก (?) เดี๊ยนด้วย จากก่อนหน้านี้เรียกตอนฮีออน กว่าเดี๊ยนจะฝ่าเน็ตเ่ต่าเข้ามาได้ กว่าจะล็อกอิน กว่าจะพิมพ์ ฮีก็ไปแล้ว แต่หลังๆ เรียกก่อนฮีออนไม่กี่วินาที พอเข้าไปกดรีเฟรชอยู่สองครั้งถึงจะเห็นอัพเดทของฮี... เอากะเขาสิ
 
ขอโทษนะบิล... ทำกะเจ๊ขนาดนี้ แต่ไม่เคยตอบเม้นต์เจ๊เลย มันน่าโมโหมากกว่าน่าปลื้มใจนะ เรียกมาทำไม ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์เลย ที่เจ๊เม้นต์ไปเคยได้อ่านหรือผ่านตาบ้างป่าวเหอะ ไปตอบแต่คนซ้ำๆ หน้าเดิมๆ เพิ่มความริษยาในใจเจ๊ ขอรูปไม่มีหนวด ก็จัดรูปไม่มีหนวดมาให้จริงๆ... แต่ดันเป็นรูปสมัยไปญี่ปุ่น เฮ้อออ เพลียละเหี่ยใจ จนหลังๆ ไม่อยากเข้าแอปแล้ว แต่ยิ่งไม่อยากก็ยิ่งเรียกให้เข้า น่ากลัวมากอ่ะ เจ้าแม่บิลล่า
 
เออ... ไม่ตอบแอปเจ๊ก็ไม่ว่า แต่เวลาสู่ขอตอบตกลงกะเจ๊ก็พอ เหอๆๆๆ
 
ล่าสุดเมื่อเช้า... เป็นอะไรที่สยดสยองกว่าทุกครั้งมากค่ะ
 
เดี๊ยนกะตื่นสาย นอนอย่างสบายใจสุดๆ ตื่นมารอบแรกก็ราวเก้าโมง (ปกติทอมมี่มักอัพแอปตอน 7 โมง ส่วนบิลอัพเวลาไม่แน่ไม่นอน) เดี๊ยนเปิดแอปดูมีแต่ทอมมี่อัพเดท 2 เอ็นทรี ไม่มีวี่แววของบิล เลยตอบทอมมี่ไป
 
ที่ไหนได้ พอตอบเสร็จคอมเมนต์บิลตอบแฟนๆ (ในเอ็นทรีของทอม) ก็ขึ้น กรี๊ดดดด เวลาตรงกันพอดี ก็เมนต์ไปจนฮีออฟ
 
สุดท้าย... ฮีก็ไม่ได้ตอบคอมเมนต์เดี๊ยนอีกตามเคย (ทำใจแระ) เดี๊ยนนิ่งอยู่พักนึง เห็นบิลเงียบไป ไม่มาตอบเพิ่มแน่ๆ ก็กลับไปนอนต่อ ในใจคิดว่าวันนี้บิลน่ารักมาก ไม่มาปลุกให้ตื่นก่อนเวลาอันควรเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา อย่างน้อยคราวนี้เดี๊ยนก็ตื่นเพราะนอนเต็มตาล่ะน่า แต่มันร้อน ขอนอนต่อเพิ่มเติมด้วยความขี้เกียจอีกหน่อย
 
เดี๊ยนนอนต่อได้อีกราวสองหรือสามชั่วโมงนี่แหละ จำไม่ได้ว่าฝันอะไร แต่ที่แน่ๆ มีหน้าตาปิศาจสีแดงๆ น่ากลัวโผล่พรวดมาจนตกใจตื่น
 
หยิบมือถือมาเปิดแอปแทบร้องกรี๊ดดดดด
 
บิลอัพแอป... เป็นรูปเดียวกับที่ปลุกเดี๊ยนเปี๊ยบเลย ไม่ใช่แค่เหมือน คล้าย หรือครือๆ กัน แต่ "รูปเดียวกัน" เลยล่ะค่ะ ที่สำคัญ... ฮีเพิ่งอัพหยกๆ ด้วย น่ากลัวมว้ากกกกก
 
บิลตั้งชื่อเอ็นทรีนั้นว่า EVIL แต่เดี๊ยนอยากเม้นต์กลับไปจริงๆ เลยว่า You are the real EVIL แต่ก็ไม่ได้พิมพ์ตอบแบบนั้นไป เพราะยังไม่แน่ใจว่าไอ้ที่ผ่านมาทั้งหมดทั้งมวลนั้นใช่ฝีมือบิลอ๊ะป่าว...
 
แต่มันก็น่าแปลกนะ เวลาบิลไม่ออนเดี๊ยนก็ไม่มีสัญญาณเลยว่าต้องเช็คแอป มีแต่ตัวเองเข้าแอปด้วยความตั้งใจหรือระแวงเองมากกว่าว่าแฝดจะมาอัพอะไรเพิ่มเติมมั้ย แต่เวลาบิลออนเมื่อไหร่จะมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่าชั้นต้องเข้าแอปให้ได้ ยังไงชั้นก็ต้องเปิดมือถือ แม้ว่าเวลาทำงานเดี๊ยนจะวางมันไว้ให้ไกลตัวที่สุดเพื่อตัดความกังวลก็ตาม
 
โชคดีที่ตลอดสัปดหา์นี้ยังไม่มีจ๊อบใหม่เข้ามา แต่เดี๊ยนเริ่มคิดๆ บ้างแล้วว่า ถ้ามันทำลายวงจรชีวิตประจำวันเดี๊ยนขนาดนี้ โดยที่ไม่มีเม้นต์ของบิลคืนกลับมาเป็นการทดแทนให้ชื่นใจเลย... เดี๊ยนจะลบแอปออกจากมือถือแล้วค่ะ
 
ไม่ได้น้อยใจบิลนะ แต่ประการแรกคือแอปมันห่วยอ่ะ ตอบรับแต่เน็ตความเร็วสูง พอเน็ตตกปุ๊บมือถือเดี๊ยนเดี้ยงไปทั้งระบบเลย สงสารน้องไอที่เดี๊ยนต้องรีสตาร์ทใหม่วันละไม่รู้กี่รอบ
 
อีกอย่างคือเรื่องสภาวะอารมณ์ของเดี๊ยนที่มีต่อการออนแอปของบิลนี่แหละ สู้ถ้าเดี๊ยนไม่มีแอป ตัดใจเรื่องเม้นต์ให้แฝดออกไป (เพราะยังไงแฝดก็ไม่เห็นเม้นต์เดี๊ยนอยู่แล้ว) แล้วค่อยอัพเดทจากช่องทางอื่น ชีวิตเดี๊ยนจะราบรื่นและ controlable กว่านี้มากมายอ่ะ
 
ส่วนเรื่องบิลเม้นต์ตอบเนี่ย เป็นปัจจัยรอง ไม่ได้คาดหวัง เพราะรู้ว่าเวลาคนคอมเมนต์มายังกะสึนามิ แค่อ่านให้หมดยังไม่ทัน ยิ่งแฝดยืนยันว่าจะพยายามอ่านทั้งหมด เดี๊ยนก็ยิ่งแดกดันให้แฝดไปทำงานด้วยซ้ำ แต่หลังจากต้องกระเสือกระสนเข้าแอปให้ได้ในเวลาที่ฮีออน (ซึ่งรับรู้จากสัมผัสที่หกอันสุดแสนประหลาดของเดี๊ยน) ก็ค้นพบว่า จะออนพร้อมแฝดหรือออนทีหลังผลลัพธ์ก็ไม่ได้ต่างกัน นั่นคือเม้นต์ของเราไม่ได้มีความหมายอะไรเลย สู้ตัดตรงนี้ไปเพื่อให้ชีวิตปกติของตัวเองกลับคืนมายังจะมีประโยชน์กว่า เดี๊ยคิดแบบนี้จริงๆ นะ ไม่ได้ดราม่า ไม่ได้งอน และไม่ได้ประชดด้วยอ่ะ คิดด้วยเหตุและผล โตๆ กันแล้ว
 
เฮ้อออ แต่ถ้าเดี๊ยนทำอย่างนั้น ไม่รู้ว่าเจ้าแม่บิลล่าจะเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมาอีก ทุกวันนี้แค่เดี๊ยนหันไปชอบคนนั้น ปลื้มคนนี้ ชียังทำเดี๊ยนโชคร้าย แม้แต่พี่ชายฝาแฝดหรือเพื่อนร่วมวงของตัวเองก็ไม่เว้น... เวลาอัพชื่นชม 2G ในทัมบลร ประโยคนั้นก็หายไปซะดื้อๆ ย้อนกลับไปดูหน้าอิดิทก็ยังอยู่ แต่ publish แล้วไม่ยอมโผล่ แล้วทำไมมันหายไปแค่ตรงบอกรักเกอ๊อกกับกุสตาฟล่ะ งงมั้ย... เหมือนจงใจมากๆ
 
ใครจะว่าเดี๊ยนกลัวสามีเดี๊ยนก็ยอมล่ะค่ะงานนี้... ก็ฮีเฮี้ยนจริงๆ ง่า โฮ................. คิดผิดป่าวเนี่ยที่ยกหัวใจให้น้องบิล เอาคืนก็ไม่ได้แล้วด้วย แง่งๆๆๆ
 
ปล. ขณะนั่งพิมพ์ใกล้จบ รู้สึกมือไม้กระสับกระส่ายแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก... เดี๊ยนจะโดนเอาคืนอะไรป่าวเนี่ย ไปก่อนดีกว่าค่ะ
 
บิลจ๋า... เจ๊ไม่กล้าเม้าท์ต่อแล้วววว กลัวแล้วจ้าาาาา ที่รัก T______T
 

2012/Jan/06

ไม่ได้อัพอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนานมากกกก
 
และอย่าหวังว่าเอ็นทรีนี้เดี๊ยนจะอัพอะไรเป็นจริงเป็นจัง
 
เอาเป็นว่าเดี๊ยนเล่าเรื่องราวน่ารักๆ ให้ฟังดีกว่า
 
พอดีไปไหว้พระที่วัดบัวขวัญมาค่ะ... ตามคำแนะนำของหมอลักษณ์ฟันธงนั่นแหละ
 
เดี๊ยนตามไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิไปเรื่อยๆ ค่ะ เนื่องจากว่างจัด 555
 
ขณะไหว้เจ้าแม่กวนอิมอยู่ในวัด ก็มีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ 2 คนดูมอมแมมถือน้ำเดินเข้ามาหา ทำตาละห้อยน่าสงสารแล้วก็พูดว่า
 
"ป้าๆ ขอตังกินหนมหน่อยสิ"
 
เอิ่ม... เดี๊ยนสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วบูสต์แรงขันติ ก่อนตอบไปด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นว่า
 
"เดี๋ยวนะลูก ขอไหว้พระให้เสร็จก่อน"
 
ค่ะ... เดี๊ยนยังเป็นปุถุชน มิใช่นางฟ้า จึงได้แต่ข่มใจไม่ให้คิดว่า... ขอตังคนที่ไม่รู้จักแล้วยังมีหน้ามาเรียกเขาว่าป้า ปากเสียอย่างนี้อย่าหวังตังจากป้าเลยไอ้หนู หึหึหึ
 
เด็กเห็นเดี๊ยนตั้งอกตั้งใจไหว้พระ (อย่างยากลำบากเพราะพยายามข่มใจไม่ให้เกิดความคิดทางลบต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ) ก็หันไปขอคุณป้าอีกคนหนึ่งที่กำลังไหว้พระอยู่เช่นกัน (คนนี้คุณป้าจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่รุ่นเดี๊ยน)
 
"ป้าๆ ขอตังกินหนมหน่อยป้า"
 
แหม... ใครสั่งใครสอนเจ้าเด็กพวกนี้นะ มันจงใจพูดซ้ำคำว่าป้าให้รำคาญหูจริงๆ
 
คุณป้าไหว้พระเสร็จก็ให้ตังเด็กไปคนละสิบบาท เดี๊ยนรู้สึกได้ดังนั้นก็อนุโมทนาไปจากใจจริง เพราะป้าแกน่ารักมาก
 
พอไหว้พระเสร็จหันมาอีกทีเด็กก็หายไปแล้ว
 
เดี๊ยนไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิภายในวัดเสร็จ ก็เดินไปที่พระอุโบสถซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
 
พ่อเดี๊ยนซึ่งมาด้วยกันบอกว่าขี้เกียจขึ้น เดี๊ยนเลยเข้าไปด้านในคนเดียว (คนเดียวจริงๆ ค่ะ เพราะที่นั่น นอกจากคนงานก่อสร้างที่กำลังทาสีบนห้าง กับที่กำลังทำอะไรอยู่ไม่รู้ด้านนอกคนสองคนแล้ว ก็ไม่มีใครอีกเลย เงียบมากๆ) ขณะเดินขึ้นบันได เจ้าเด็กสองคนเมื่อกี้โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ เข้ามาป้วนเปี้ยนรอบตัวเดี๊ยนอีกรอบ แต่คราวนี้พูดว่า
 
"ป้าๆ ขอเข้าไปไหว้พระด้วยสิ"
 
อ่า... คราวนี้โกรธไม่ออกแฮะ รู้สึกว่า แหม... มันน่าหมั่นเขี้ยวอย่างบอกไม่ถูก เลยบอกว่า "ได้ ไหนนำทางไปซิ"
 
พวกเด็กๆ ก็เดินๆ วิ่งๆ ด้วยความซนเข้าไปข้างใน
 
เดี๊ยนหยิบเงินออกมาเพื่อจะหยอดตู้ถวายวัด ยกขึ้นจบของตัวเองเสร็จ เห็นเจ้าเด็กสองคนหยิบดอกบัวเงินบัวทองที่จัดเป็นชุดมาถือ เลยยื่นเงินที่เพิ่งจบไปเมื่อครู่ให้แล้วบอกว่า
 
"เอ้า เอาเงินไปจบนะ แล้วอธิษฐาน"
 
พอเด็กทำตาม เดี๊ยนก็ร่ายมนตร์ "ขอพรพระ ขอให้หนูเป็นเด็กดี ขอให้หนูมีความสุข ขอให้หนูมีอนาคตที่ดี ขอให้หนูร่ำรวย โตขึ้นมีงานสุจริตทำ..."
 
เจ้าเด็กคนแรกหัวเราะชอบใจ เดี๊ยนเลยยื่นเงินให้เด็กคนที่สองทำตามบ้างแล้วก็ร่ายมนตร์คล้ายๆ เด็กคนแรก จากนั้นก็เอาเงินหยอดตู้ทำบุญ
 
พอเดี๊ยนหยิบบัวเงินบัวทองของตัวเองก็เรียกเด็กมานั่งข้างๆ จากนั้นก็ไหว้พระ แอบชำเลืองมองเห็นเด็กทำตามเลยหันไปถามว่าสวดมนต์กันได้รึเปล่า
 
เด็กทั้งคู่ตอบว่าไม่ได้ เดี๊ยนเลยให้สวดบูชาพระรัตนตรัยสั้นๆ ให้เด็กพูดตาม
 
ท่าทางจะไม่เคยสวดมนต์ทั้งคู่จริงๆ แฮะ พอเด็กพูดตามไม่ได้ ก็หันมาถามว่าอะไรนะ เดี๊ยนเลยท่องใหม่ช้าๆ ชัดๆ แล้วเวลากราบเดี๊ยนก็อธิบายว่า นี่กราบพระพุทธนะ กราบพระธรรม กราบพระสงฆ์
 
โอ้ววว นี่เดี๊ยนใจดีสุดๆ กับเด็กที่เรียกตัวเองว่า "ป้า" แฮะ
 
จากนั้นก็ถวายดอกบัวกับพระ เด็กก็ทำตามอย่างว่าง่ายมากเลย ทำไมมันน่าเอ็นดูงี้อ่ะ
 
พอไหว้พระเสร็จ เด็กก็วิ่งแจ้นออกจากพระอุโบสถไป ทิ้งแก้วน้ำที่ตัวเองถือมาไว้ตรงริมเสื่อ ขณะที่เดี๊ยนกำลังคิดว่า เอาไปทิ้งดีมั้ยเนี่ย เป็นขยะในพระอุโบสถ เด็กก็วิ่งกลับมาเอาแก้วน้ำของตัวเอง เดี๊ยนเลยให้เงินไปยี่สิบบาท บอกว่าให้ไปแบ่งกันนะ แล้วก็สอนเด็กว่า "วันหลังจะพูดกับผู้หญิง อย่าเรียกป้า ให้เรียกพี่ เข้าใจมั้ย"
 
เด็กก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย แล้วก็วิ่งออกไป
 
ขณะที่เดี๊ยนเดินออกจากพระอุโบสถ ตั้งใจว่าจะกลับ ก็เจอเด็กสองคนนั้นอีก เลยขอถ่ายรูปมาซักแชะ จากนั้นก็ได้ยินเด็กๆ ท่องกันใหญ่เลยว่า "ห้ามเรียกป้า ให้เรียกพี่" อะไรประมาณนี้
 
คิดแล้วก็ขำแฮะ  ไม่รู้ลูกเต้าเหล่าใคร ถ้าสอนดีๆ ก็ดีนะเนี่ย เดี๊ยนเลยถามว่า
 
"ไม่เคยสวดมนต์เหรอ"
 
เด็กก็ส่ายหน้า เดี๊ยนเลยบอกว่า
 
"งั้นต้องเข้าหาพระบ่อยๆ นะ พระสวดเราก็สวดตาม อีกหน่อยก็จะสวดได้เอง"
 
ถึงจะดูเป็นเด็กจากไหนก็ไม่รู้ พูดจาไม่มีสัมมาคารวะไปหน่อย แต่เดี๊ยนก็คิดว่าเหมือนเทวดาน้อยๆ นะ เขามาทำให้เราได้ฝึกจิต ฝึกความเมตตา ทำให้เป็นวันเข้าวัดที่มีค่าอีกวัน แถมได้ความทรงจำขำๆ กลับมาด้วย
 
แต่จะว่าไปกับคนยากไร้ที่มาขอความเมตตา เดี๊ยนก้มักถือว่าเขาเป็นเทวดามาให้เราได้สร้างบุญกุศลนะ 
 
อย่างไรก็ตามวันนี้รู้สึกว่าทำบุญแล้วได้บุญแฮะ ^_______^
 
 

2012/Jan/01

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
 
สวัสดีปีใหม่ชาวโลก
 
สวัสดีปีใหม่ชาวไทย
 
สวัสดีปีใหม่ชาวเอเลียน
 
สวัสดีปีใหม่ตัวเอง
 
ปีที่แล้วถึงแม้จะผ่านเรื่องแย่ๆ มามากมาย แต่ก็ได้ส่งท้ายปีเก่าด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และสิ่งดีๆ หลายอย่าง แถมได้สวดมนต์ข้ามปีอีก ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีนะคะ
 
ถึงอย่างนั้นเดี๊ยนก็ยังคงรู้สึกอยู่เสมอว่า ปีนี้เรามัวแต่หัวเราะร่าตามเลขปีไม่ได้แล้ว ต้องใช้สติสัมปชัญญะมากกว่าแต่ก่อน... มากกว่าปกติด้วย เพราะไม่รู้ว่าะไรจะเกิดขึ้นบ้าง
 
ทำใจค่ะ... ถ้ามันจะเกิดเรื่องเลวร้ายอีกก็ต้องทำใจ และผ่านมันไปให้ได้
 
เดี๊ยนเชื่อว่าข้อดีของคนไทยก็คือ แม้เหตุการณ์จะเลวร้าย แต่เราก็ยังคงแสวงหาความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะได้ท่ามกลางวิกฤตการณ์ เป็นพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ของเชื้อชาติเราจริงๆ นะคะ
 
ปีนี้เดี๊ยนไม่ขออะไรมาก ทำบุญทำทานรับต้อนรับปีมังกรก็ขอพรแค่อย่างเดียวเท่านั้นแหละ คือ "ขอให้ได้แต่งงานกับน้องบิล" 5555 อะไรจะหมกมุ่นปานนี้
 
ล้อเล่นค่ะ จริงๆ แล้วสังคมอันฟอนเฟะตั้งแต่การปกครองระดับรากหญ้าอย่างประเทศเรา จะสงบสุขอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้เลย ถ้าไม่มีพระราชา... ที่ใครบางคนหาว่า "หน้าไม่ยิ้ม"
 
หากไม่มีพระองค์ เดี๊ยนเชื่อว่าประเทศเราคงลำบากยากแค้นแสนสาหัสกว่านี้ เพราะผู้ปกครองบ้านเมืองไม่ว่ากี่รัฐต่อกี่รัฐ มีแต่คนโลภ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว พวกพ้อง และเอาตัวรอดอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กิเลสตัณหาหนาจนไม่อาจเยียวยาได้อีกแล้ว และที่เข้าไปอยู่ในสภาก็หน้าเดิมๆ ยากที่จะสำนึกตัวทำตามหน้าที่ให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขไปตามครรลองแห่งคุณธรรม
 
คนดีช่างมีน้อยนัก และก็ไม่สามารถรับประกันได้เลยว่าจะดีได้ต่อไปอีกซักกี่น้ำ
 
เดี๊ยนสิ้นหวังกับการเมืองไทยอย่างแสนสาหัสค่ะ
 
พูดได้อย่างเดียวว่า ที่รอยยิ้มใบหน้าของพระราชาเลือนหายไป นั่นก็ไม่ใช่เพราะประชาชนชาวไทยเองหรอกหรือ
 
ทำตัวเองแท้ๆ แล้วไปโทษท่าน คนชั่วเนี่ยนะ นึกจะพูดอะไรก็พูดได้ ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรือพื้นฐาน
 
เพราะฉะนั้น สิ่งที่เดี๊ยนขอพรจากพระทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลหรือไม่ก็คือ...
 
ขอให้พ่อหลวงของไทยทรงพระเกษมสำราญ ให้สมกับที่ทรงงานหนักมาตลอดรัชกาลของท่าน
 
บุญใดที่เคยทำไว้ เดี๊ยนถวายให้จนหมดสิ้น ไม่เคยรู้สึกถึงคำว่า "น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย" เท่ากับเวลาที่กำลังอธิษฐานแบบนี้เลย
 
ถ้าถวายจนหมดตัวถึงขั้นติดลบได้ เดี๊ยนก็ยอม
 
ขอแค่นี้ได้ไหมเจ้าคะ พระรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช...
 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ... ประเทศไทย


neorosifix
View full profile